
วัดพระหยกขาว ตั้งอยู่บนถนนอานเหยี่ยนในเขตผู่ถอ เมืองเซี่ยงไฮ้ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในเซี่ยงไฮ้และเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวเข้า นมัสการเป็นจำนวนมากที่สุดของเซี่ยงไฮ้
ในปี ค.ศ. 1876 ตรงกับรัชสมัยกวางสูฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ชิง มีพระภิกษุจากเกาะผู่ถ่อซานคือหลวงพ่อฮุ่ยเกินได้เจริญรอยพระถังซำจั๋งเดิน ทางไปศึกษาพระไตรปิฎกยังประเทศอินเดีย ขากลับเดินทางผ่านประเทศพม่าได้อัญเชิญพระพุทธรูปหยกขาวกลับเมือง 5 องค์ด้วยกันและได้มอบให้ชาวเซี่ยงไฮ้ 2 องค์
ในปี ค.ศ. 1882 ได้มีการสร้างวัดเพื่อประดิษฐานพระหยก 2 องค์ และต่อมาในช่วงปฏิวัตวรรณธรรมในสมัยเหมาเจ๋อตุง วัดแห่งนี้ได้ถูกทำลายลงแต่โชคดีที่พระพุทธรูปหยกขาวไม่ได้ถูกทำลาย จึงอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1928 และให้ชื่อวัดแห่งนี้ว่าวัดพระหยกขาว พระพุทธรูป 2 องค์อันล้ำค่านี้ไม่เพียงแต่เป็นพระพุทธรูปหายากทางด้านวัฒนธรรมหากแต่ยัง เป็นงานช่างศิลป์ที่มีค่ายิ่ง

พระพุทธรูปปางนั่งทั้ง 2 องค์นี้ สลักจากหยกทั้งแท่ง แสงสว่างและ แสงสะท้อนของหยกขาวนั้นทำให้องค์พระพุทธรูปมีความงดงามสว่างเจิดจ้ายิ่งขึ้น องค์พระพุทธรูปปางนั่งมีความสูง 190 เซนติเมตร และ หุ้มด้วยเพชรพลอย หินมโนรา และ มรกต แสดงถึงการถือศีลอดอาหารและตรัสรู้แจ้งพระพุทธเจ้า ส่วนพระพุทธรูปปางไสยาสน์ มีความยาว 96 เซนติเมตร นอนเอียงด้านขวาและหนุนพระเศียรด้วยพระหัตถ์ขวาและพระหัตถ์ซ้ายวางบนขาด้าน ซ้าย ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า ปรินิพพาน ใบหน้านิ่งสงบแสดงถึง สันติสุข ของพระศากยมุนี เมื่อครั้งท่านได้จากโลกนี้

ไป ภายในวัด ยังมีพระนอนองค์อื่นๆ ซึ่งมีความยาว 4 เซนติเมตร ซึ่งถูกอัญเชิญมาจากประเทศสิงคโปร์ โดยเจ้าอาวาสองค์ที่สิบ ในปี ค.ศ.1989 มากกว่านี้ยังมีภาพวาดโบรา และคัมภีร์พระไตรปิฎก จัดวางไว้อีกส่วนของวัด ถึงแม้ว่าประวัติของพระหยกขาวจะไม่ยาวนาน ความเก่าแก่และสถาปัตยกรรมแบบเรียบง่ายทำให้วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นและไม่ อาจเลียนแบบได้ ในเมืองทันสมัยเช่นนี้