
ตั้ง อยู่ที่เมืองพุกาม โดยชื่อ "ชเวสิกอง" มีหมายความว่า "เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ" สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ แต่แล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาแห่งอาณาจักรพุกาม ราว 960 ปีก่อน ภายในเจดีย์เชื่อว่าบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาจากลังกา บนหลังช้างเผือก พระเจ้าอโนรธามังช่อได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น เจดีย์ชเวสิกองถูกบูรณะในสมัยต่อมาอีกหลายครั้ง เจดีย์ชเวสิกองเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำพื้นผิวภายนอกถูกปิดด้วยทองคำเปลว ปัจจุบันมีความสูงราว 53 เมตร หรือ 160 ฟุต มีลวดลายปูนปั้นอยู่ 3 แถว และมีเจดีย์เล็ก ๆ เป็นบริวารอยู่รายรอบ
การชมพระธาตุชเวซิกอง
จุดที่ 1 ระฆัง บุเรงนอง อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของทางเข้าพระธาตุ มีอาคารเล็กๆตั้งอยู่ทางซ้ายมือของซุ้มประตูสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่ลานพระ ธาตุในอาคารหลังนี้มีระฆังโลหะแขวนอยู่หนึ่งใบ ที่ตัวระฆังมีจารึกสลักด้วยภาษาพม่าและมอญ อ่านได้ใจความว่า พระเจ้าบุเรงนองให้หล่อมาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระธาตุชเวซิกองเมื่อคราวยกทัพจต ขึ้นมาตีเมืองอังวะ เมื่อพ.ศ.2100
จุดที่ 2 มณฑปทรงปราสาทแบบพม่า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระธาตุ ทำหลังคาซ้อนกันแบบพม่ามีหลักฐานว่าอาคารเดิมสร้างในคราวเดียวกันกับพระ ธาตุฯ(ปัจจุบันได้บูรณะใหม่แล้วเป็นอาคารทรงปราสาทแบบสมัยราชวงศ์กองบอง) เพราะมีพระพุทธรูปยืนศิลปะแบบพุกาม พระหัตถ์แสดงปางประทานอภัยและพระหัตถ์ซ้ายรวบชายจีวร เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยพุกามมาแต่เดิม

จุดที่ 3 จุดเล็งศูนย์สร้างเจดีย์ ที่ด้านหลังอาคารทรงปราสาทแบบพม่าด้านตะวันออก มีแผ่นหินที่เจาะรูเล็กๆ ไว้ใส่น้ำให้เต็ม ชาวพม่ากล่าวว่าเป็นที่สำหรับให้ช่างผู้สร้างพระธาตุ ชาวพม่ากล่าวว่าเป็นที่สำหรับให้ผู้สร้างพระธาตุ เล็งเงาในน้ำไปที่ยอดพระธาตุ จะทำให้เล็งตั้งฉาก (ถ้าเล้งด้วยตาโดยตรงจะถูกกินอากาศ)

จุดที่ 4 ม้ากัณฑกะ ที่ด้านหลังใกล้กับจุดเล็งชาวพม่าสร้างรูปม้าขาวซึ่งเป็นม้าที่เจ้าชายสิ ทธัตถะใช้เป็นพาหนะเมื่อตอนเสด็จออกผนวช ชาวบ้านเล่าว่า ม้าตัวนี้เคยออกไปวิ่งไปมาในยามค่ำคืน พร้อมส่งเสียงร้องดัง จึงต้องสร้างคอกล้อมไว้ไม่ให้วิ่งไปวิ่งมาได้
จุดที่ 5 เสาหงส์ เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งว่าถ้าหากสร้างเสาหงส์เป็นอย่างแรกจะทำให้สร้างสิ่งก่อสร้างอื่นอย่างราบรื่น
จุดที่ 6 อาคารที่เก็บจารึก เป็นสถานที่เก็บจารึกของเจดีย์แห่งนี้
จุดที่ 7 พระพุทธรูปยืนมนอาคารทรงปราสาทที่มีอยู่ทั้งสี่ทิศ เป็นพระพุทธรูปศิลปะพุกามทุกองค์แสดงการประทับยืน พระหัตถ์ขวาทำปางประทานอภัย พระหัตถ์ซ้ายรวบชายจีวร
จุดที่ 8 แผ่นหินดินเผาเคลือบ ประดับอยู่ที่ฐานเจดีย์
จุดที่ 9 สิงห์สองตัวหัวเดียว เชื่อว่าสร้างไว้เพื่อดูแลปกป้องพระเจดีย์ แต่ที่ทำเป็นแบบสองตัวหัวเดียวเพื่อความสมดุลในทางช่าง เองจากหากสร้างแยกกันจะทำให้หันหน้าชนกัน

ยอดพระเจดีย์ไม่มีการใช้เหล็กเสริมความอัศจรรย์ ๙ ประการของพระมหาธาตุชเวสิกอง
กระดาษห่อแผ่นทองคำเปลวที่นำไปปิดส่วนยอดพระเจดีย์ จะไม่ปลิวพ้นฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์
เงาพระเจดีย์จะไม่ล้ำออกนอกฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ (ถ้าเงาล้ำออกไป ถือว่าเป็นลางร้าย)
ภายในเขตองค์พระเจดีย์ สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ไม่จำกัดจำนวน (ไม่เคยเต็ม)
มีการให้ทานด้วยข้าวสุกร้อน ๆ ทุกเช้า (ไม่ว่าเราจะตื่นเช้าสักเพียงใด จะพบข้าวสุกในบาตรอยู่ก่อนหน้าเราเสมอ)
เมื่อตีกลองใบใหญ่จากด้านหนึ่งของพระเจดีย์ จะไม่สามารถได้ยินเสียงกลองจากด้านตรงข้าม
แม้พระเจดีย์จะตั้งอยู่บนพื้นราบ แต่เมื่อมองจากภายนอก จะเกิดภาพลวงตาคล้ายพระเจดีย์ตั้งอยู่บนที่สูง
ไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด จะไม่มีน้ำฝนขังอยู่ในอาณาเขตขององค์พระเจดีย์
มีต้นพิกุล ซึ่งจะออกดอกตลอดทั้งปี (ปรกติจะออกปีละครั้ง)


