
วัดกัลยาณีมีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งว่า วัดเกลาณียา ถือกันว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในศรีลังกาเช่นเดียวกับ เป็นวัดสำคัญอันดับหนึ่ง ก่อนเข้าวัดทุกคนต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าเข้าไป ไม่ว่าพระมหากษัตริย์ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรีก็ต้องถอดตามประเพณี และสิ่งที่ดูแล้วแปลกตาคือแม่ชีที่นี่จะห่มผ้าสีเหลืองเหมือนกับพระ คนไทยจะเรียกชื่อว่า วัดกัลยาณีราชมหาวิหาร อยุ่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 11 กม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเกลานี อยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำ ซึ่งไหลลงมาจากยอดเขาศรีปาทะ เป็นวัดที่สำคัญและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตชานเมืองโคลัมโบ มีพื้นที่ราว 100 ไร่ ตั้งอยู่บนเนินสูง มีเจดีย์สีขาวขนาดใหญ่มากสูง 30 เมตร ทรงระฆังคว่ำ ตั้งตระหง่านเด่นเป็นสง่าตรงใจกลางของวัด สร้างครอบรัตนบัลลังก์ที่กษัตริย์ศรีลังกาสร้างถวายพระพุทธเจ้าซึ่งชาวศรี ลังกาเชื่อกันว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับที่นี่ในสมัยพุทธกาล ทางเข้าวัดมีซุ้มประตูโค้งสีขาว เดินตามพื้นทรายสะอาดสะอ้านดี ผ่านลานวัด เจดีย์ขาวขนาดใหญ่ไปยังวิหารซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจที่สุด ทุกคนจะต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก แว่นตากันแดดออกก่อนขึ้นบันใดเพื่อเข้าไปในตัวอาคารข้างใน เป็นการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตรงเชิงบันได 2 ข้าง มีรูปปั้นสิงโต มีหัวเป็นช้าง อิทธิพลมาจากทางศิลปะอินเดีย พร้อมทั้งอัฒจันทร์รูปครึ่งวงกลมอยู่ตรงเชิงบันไดขั้นแรกทางเข้าวิหาร เมื่อก้าวเข้าไปในตัววิหารจะรู้สึกเย็น และค่อนข้างมืด ห้องด้านขวามือเป็นที่ประดิษฐ์พระพุทธไสยาสน์ ปางปรินิพพานองค์ขนาดใหญ่มีผ้าม่านโปร่งบางกั้นไว้ด้านหน้า ซึ่งในศรีลังกานิยมทำกันมาก ดูแล้วแปลกตาห้องโถงตรงกลางจะประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งปางสมาธิ มีผ้าม่านกั้นไว้ด้านหน้าเช่นเดียวกัน ฉากหลังเขียนเป็นภาพเทือกเขาหิมาลัย มองเห็นแล้วน่าเลื่อมใสยิ่ง ที่น่าสนใจมากก็คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยเทคนิคแบบเฟรสโก(เขียนขณะปูนยังเปียกอยู่) สวยงามทรงคุณค่า เขียนเป็นภาพเรื่องราวต่างๆในพุทธสาสนา ชาดกต่างๆ โดยรอบประมาณ 45 ภาพ เช่นภาพเจ้าชายทันตกุมารกับเจ้าหยิงเหมมาลา นำพระเขี้ยวแก้วซ่อนไว้ในมวยผม หนีภัยสงครามจากอินเดียตอนใต้มายังเกาะลังกา